การใช้งาน Visual Studio สำหรับ C++

attapong 6462 05 มี.ค 2557 visual,
ccpp

      Visual studio เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์จากไมโครซอฟต์ซึ่งมีเครื่องมือที่เพียบพร้อมแต่ใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์เท่านั้น สามารถรองรับภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมได้หลายภาษา เช่น Visual Basic, Visual C++, C# เป็นต้น ในบทความนี้จะนำเสนอการใช้งาน Visual Studio สำหรับเขียนโปรแกรมด้วย C++ ในระดับเริ่มต้น


      หลังจากที่ได้ทำการติดตั้ง Visual Studio เรียบร้อยแล้ว เมื่อทำการเรียกใช้งาน Visual Studio เป็นครั้งแรกจะปรากฏหน้าต่างเลือกสภาพแวดล้อมของภาษาที่ต้องการใช้ในการพัฒนาดังรูป ให้เลือก Microsoft Visual C++ 2010 ดังรูป

หน้าต่างเลือกสภาพแวดล้อมของภาษาที่ต้องการ

รูปที่ 1. หน้าต่างเลือกสภาพแวดล้อมของภาษาที่ต้องการ

      หากมีการกำหนดสภาพแวดล้อมเป็นภาษาอื่นไว้ก่อนแล้วและต้องการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเป็น C++ สามารถเลือกได้จากเมนู Help/About Visual Studio

      เมื่อเลือกสภาพแวดล้อมในการพัฒนาเรียบร้อยแล้วในอันดับต่อมาจึงเป็นการแสดงส่วนของ Start page ของ Visual Studio ซึ่งจะปรากฏขึ้นทุกครั้งเมื่อมีการเปิดใช้งาน Visual Studio โดยส่วนนี้จะเป็นการโหลดข่าวสารต่าง ๆ ของ Visual Studio มาแสดงผลดังที่แสดงไว้ในกรอบหมายเลข 1 ของรูปด้านล่าง

Recent Project

รูปที่ 2. Recent Project

      กรอบหมายเลข 2 เรียกว่า Recent Project เป็นส่วนที่แสดงถึงรายละเอียดของโปรเจกต์ที่ได้เคยทำงานผ่านมา ซึ่งผู้ใช้งานสามารถคลิกเลือกที่ชื่อของโปรเจกต์เพื่อเปิดโปรเจกต์มาใช้งานต่อได้อย่างรวดเร็ว

การสร้างโปรเจกต์ใหม่ใน Visual Studio

      ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างของ Visual Studio 2010 สำหรับเวอร์ชั่นอื่น ๆ จะมีลักษณะเช่นดียวกันเพียงแต่มีหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

แสดงเมนูการสร้างโปรเจกต์ใหม่

รูปที่ 3. แสดงเมนูการสร้างโปรเจกต์ใหม่

      เมื่อเข้าสู่หน้าต่างการทำงาน Start page ของ Visual Studio แล้วให้ทำการเลือกเมนู File/New->Project… เพื่อทำการเรียก Dialog New Project เพื่อสร้างโปรเจกต์ใหม่ดังที่แสดงไว้ในรูปด้านด้านล่าง

การกำหนดค่าต่าง ๆ สำหรับโปรเจกต์ใหม่ที่สร้างขึ้น

รูปที่ 4. การกำหนดค่าต่าง ๆ สำหรับโปรเจกต์ใหม่ที่สร้างขึ้น

      ในที่นี้จะขออธิบายรายละเอียดการกำหนดค่าของโปรเจกต์ใหม่ที่ต้องการสร้างขึ้นตามลำดับหมายเลขภายในรูปดังนี้

  1. ทำการสร้างโปรเจกต์ใหม่ขึ้น โดยเลือกที่เมนู File/New/Project… หลังจากนี้จะมีหน้าต่าง New Project ปรากฏขึ้นมาทำการเลือกชนิดของโปรเจกต์เป็น VisualC++
  2. เลือกหัวข้อย่อยที่อยู่ในรายการ Project types เป็น Win32
  3. ในส่วนของ Templates: ให้เลือก Win32 Console Application เพื่อสร้างแอพพลิเคชั่นให้สามารถทำงานบนหน้าต่างคอนโซล (Console) ของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ได้
  4. จากนั้นให้ทำการตั้งชื่อ Project ในช่อง Name: สำหรับตัวอย่างนี้กำหนดให้เป็น myproject
  5. เลือก Location: ซึ่งเป็นตำแหน่งของโฟลเดอร์ที่เราต้องการจะทำการบันทึกโปรเจกต์เอาไว้นั้นเองด้วยการกดปุ่ม Browse…
  6. สำหรับ Solution Name นั้นเป็นชื่อของ Solution ที่เราต้องการจะสร้างสำหรับโปรเจกต์ตัวนี้เนื่องจากในตัว Studio.Net 2005 นั้นสามารถมีโปรเจกต์หลาย ๆ โปรเจกต์ในหนึ่งโซลูชั่น (Solution)
  7. หากทำเครื่องหมายถูกหน้า Create directory for solution จะเป็นการสร้างโฟลเดอร์สำหรับ Solution ที่มีชื่อเดียวกับ Solution นี้ โดยที่ภายในจะมี โฟลเดอร์ของโปรเจกต์อยู่ภายในอีกทอดหนึ่ง (ชื่อของโปรเจกต์ และ Solution นั้นสามารถตั้งชื่อให้แตกต่างกันได้)

หน้าต่างคอนโซลของระบบปฏิบัติการวินโดวส์

รูปที่ 5. หน้าต่างคอนโซลของระบบปฏิบัติการวินโดวส์

 

      เมื่อกำหนดค่าต่าง ๆ ได้ครบถ้วนแล้วให้ทำการกดปุ่ม OK จะปรากฏหน้าต่าง Win32 Application Wizard ด้านซ้ายจะมีข้อความ Overview แสดงรายละเอียดของ Application ที่เราทำการสร้าง และ Application Setting ให้ทำการเลือกที่ข้อความ Application Setting

การกำหนดค่าในหน้าต่าง Win32 Application Wizard

รูปที่ 6. การกำหนดค่าในหน้าต่าง Win32 Application Wizard

      ให้ทำการเลือกดังตัวอย่างที่แสดงไว้ในรูปด้านบนซึ่งเป็นการระบุว่าเราจะทำการสร้าง Application ที่เป็น Windows Console Application (Dos application) โดยไม่ให้สร้างไฟล์ซอร์สโค้ดใด ๆ ภายในโปรเจกต์เลย ซึ่งเป็นผลมาจากการเลือกตัวเลือก Empty project นั่นเองจากนั้นให้กดปุ่ม Finish เป็นอันจบขั้นตอนในการสร้างโปรเจกต์ใหม่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะมีหน้าตาดังรูป

หน้าตาการทำงานของโปรเจกต์ที่สร้างขึ้น

รูปที่ 6. หน้าตาการทำงานของโปรเจกต์ที่สร้างขึ้น

      รายละเอียดภายในขออธิบายตามหมายเลขดังต่อไปนี้

  1. Menu Bar เป็นส่วนที่รวบรวมคำสั่งสำหรับควบคุมการทางานของโปรแกรมโดยมีรายละเอียดดังนี้
    • Project ประกอบด้วยคาสั่งที่ใช้จัดการกับโปรเจกต์ที่เรากาลังทำงานอยู่
    • Build มีคำสั่งที่ใช้ในการคอมไพล์และสร้าง Execute file ของโปรเจกต์
    • Debug มีคาสั่งที่ช่วยในการตรวจสอบหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม
    • Data มีคาสั่งที่ใช้ติดต่อกับฐานข้อมูล
    • Format มีคาสั่งที่ใช้จัดตำแหน่งให้กับออบเจกต์ต่าง ๆ บนฟอร์ม
  2. Standard Toolbar เป็นแถบเครื่องมือที่ช่วยให้ เรียกบางคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว เช่น การบันทึก การคัดลอก การตัด และการวางเป็นต้น
  3. Solution Explorer เป็นส่วนแสดงรายชื่อ item ที่เป็นส่วนประกอบของโปรเจ็กต์ เช่น ซอร์สโค้ด เฮดเดอร์ไฟล์ หรือ ทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโปรเจกต์
  4. เป็นแทปการทำงานอื่น ๆ ที่มีอยู่นอกเหนือจาก Solution Explorer เช่น
    • แทป Class View สำหรับแสดงรายละเอียดของคลาสที่อยู่ภายในโปรเจกต์
    • แทป Properties สำหรับแสดงรายละเอียดโหมดในการสร้าง Execute file ของโปรเจกต์ว่ามีรายละเอียดภายในเป็นเช่นใด
    • แทป Resource View แสดงถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ภายในโปรเจกต์ เช่น ไอคอน ภาพบิตแมพเป็นต้น ซึ่งข้อมูลที่อยู่ภายในหน้าต่างรีซอรส์นี้จะถูกนำไปผนวกกับ Execute file เมื่อทำการ Build Project
    • หากแทปที่กล่าวมาข้างต้นไม่มีในส่วนนี้หรือได้ทำการปิดแทปเหล่านี้ไป สามารถเปิดกลับมาใช้งานใหม่ได้จากเมนู View โดยเลือกจากชื่อของแทป หรือหน้าต่างที่ต้องการ
  5. Toolbox เป็นส่วนที่บรรจุออบเจกต์คอนโทรลต่าง ๆ เพื่อใช้ออกแบบหน้าจอโปรแกรมซึ่งจะไม่สามารถนำมาใช้งานได้กับโปรเจกต์ที่เป็น Win32 Console Application คอนโทรลใน toolbox แบ่งออกเป็น 7 กลุ่มหลัก ๆ คือ
    • Common Controls คือออบเจกต์คอนโทรลพื้นฐานต่าง เช่น ปุ่ม textbox เป็นต้น
    • Containers เป็นคอนโทรลที่ใช้จัดกลุ่มให้กับออบเจกต์คอนโทรลอื่น ๆ เช่น GroupBox Panel
    • Menu & ToolBars เพื่อใช้ในการสร้างเมนูและ toolbar
    • Data ใช้ทำงานกับระบบฐานข้อมูล
    • Components คอนโทรลที่ไม่แสดงรูปร่างหน้าตาออกมาบนฟอร์ม แต่จัดเตรียมฟังก์ชั่นการทางานในกับโปรแกรม ตัวอย่างเช่น Timer , Serial Port
    • Printing เกี่ยวข้องกับการพิมพ์เอกสารออกทางพรินเตอร์
    • Dialogs ใช้แสดง Dialog พื้นฐานชนิดต่าง ๆ

การเพิ่มไฟล์ซอร์สโค้ดในโปรเจกต์

      ในบริเวณของ Solution Explorer จะสังเกตเห็นภาพของโฟลเดอร์จำนวน 3 โฟลเดอร์คือ Header Files, Resource Files และ Source Files ซึ่งโฟลเดอร์ที่ปรากฏอยู่ใน Solution Explorer ไม่ได้มีอยู่ในฮาร์ดดิสก์จริงๆ เพียงแต่เป็นตัวช่วยให้ข้อมูลของโปรเจกต์เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละโฟลเดอร์ดังนี้

  • Header Files ไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .h ควรจัดเก็บไว้ในโฟลเดอร์นี้ เพื่อความเป็นระเบียบในการบริหารจัดการโปรเจกต์
  • Source Files โดยปรกติแล้วเราจะทำการเพิ่ม หรือ สร้างไฟล์ใหม่ที่มีนามสกุลเป็น .cpp ลงในโฟลเดอร์นี้
  • Resource Files จะเป็นโฟลเดอร์ที่เก็บ resource ต่าง ๆ ที่ใช้ใน Application ของเรา เช่น icon, dialog box หรือ ภาพ bitmap ต่าง ๆ โดยปรกติเมื่อทำการสร้าง Icon หรือ Dialog จาก Resource Editor ของ Visual Studio ไฟล์ resource.h จะถูกสร้างและเก็บไว้ในโฟลเดอร์นี้โดยอัตโนมัติ

      ในที่นี้ให้ทำการเลือกโฟลเดอร์ Source Files ใน Solution Explorer จากนั้นให้ทำการคลิกเมาส์ขวาที่โฟลเดอร์ จะมี popup menu ปรากฏขึ้นมาหากต้องการเพิ่มไฟล์ใหม่ ให้เลือกเมนู New Item… แต่หากเป็นการเพิ่มไฟล์ที่มีอยู่แล้วเข้ามาในโปรเจกต์ให้เลือก Existing Item… หากเลือกเมนู New Item… จะปรากฏหน้าต่างดังรูป

ขั้นตอนการเพิ่มไฟล์ซอร์สโค้ดเข้าไปในโปรเจกต์

รูปที่ 7. ขั้นตอนการเพิ่มไฟล์ซอร์สโค้ดเข้าไปในโปรเจกต์

      ให้ทำการเลือก Code ดังที่แสดงไว้ในหมายเลข 1 ในส่วนของ VisualC++ Categories จากนั้นในส่วนของ templates จะเป็นการเลือกชนิดของไฟล์ที่ต้องการสร้างตามต้องการจากรูปด้านบนเป็นการสร้างไฟล์ใหม่ ชื่อ main.cpp ให้กับ โปรเจกต์ myproject ทั้งนี้ในช่องหมายเลข 3 หากได้ทำการเลือกประเภทไฟล์ที่ต้องการเลือกไว้ดังที่แสดงไว้ในช่องหมายเลข 2 แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำการใส่นามสกุลไฟล์ ให้ใส่เพียงแค่ชื่อไฟล์ที่ต้องการเพิ่มก็เพียงพอแล้ว เมื่อกำหนดค่าต่าง ๆ เรียบร้อยให้กดปุ่ม Add จะได้ผลลัพธ์ดังรูป

ผลลัพธ์ที่ได้จากการเพิ่มไฟล์ซอร์สโค้ด main.cpp

รูปที่ 8. ผลลัพธ์ที่ได้จากการเพิ่มไฟล์ซอร์สโค้ด main.cpp

การเขียนโค้ดและสร้าง Execute File

      ให้ทดสอบเพิ่มโค้ดโปรแกรมในไฟล์ main.cpp ที่ได้เพิ่มเข้าไปดังนี้

#include <iostream>

using namespace std;

void main(void)

{

  cout << "DEVXCO";

  cin.get();

}

      หลังจากพิมพ์โค้ดดังกล่าวเรียบร้อยแล้วให้ทำการสร้าง Execute file ของโปรเจกต์ myproject นี้ด้วยการกดปุ่ม Start Debugging ซึ่งอยู่ในแถบการทำงานของ Standard Toolbar

ปุ่ม Start Debugging

รูปที่ 9. ปุ่ม Start Debugging

      หากทุกอย่างทำงานได้ถูกต้องจะปรากฏผลลัพธ์ดังรูป

ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรเจกต์แรกที่สร้างขึ้น

รูปที่ 10. ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรเจกต์แรกที่สร้างขึ้น

      จากรูปจะเห็นบริเวณแคปชั่นของหน้าต่างคอนโซล ระบุถึงตำแหน่งของไฟล์ที่กำลังทำงานอยู่ โดยมีชื่อของ Execute file เป็นชื่อเดียวกันกับโปรเจกต์ที่ได้สร้างขึ้นนั่นเอง

Reference